วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

การทำงานของกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera)

กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera)
ทำหน้าที่แปลงสัญญาณภาพ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า โดยมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นตัวรับภาพ ในอดีต ใช้หลอดเป็นตัวรับภาพ หรือ สร้างภาพ เรียกว่า หลอดวิดิคอน (Vidicon Tube) เริ่มตั้งแต่ขนาด ๑ นิ้ว, ๒/๓ นิ้ว และ ๑/๒ นิ้ว ต่อมาได้มีการพัฒนา เป็น แผ่นรับภาพ หรือ CCD (Charge Coupled Device) เริ่มตั้งแต่ ขนาด ๒/๓นิ้ว , ๑/๒ นิ้ว , ๑/๓ นิ้ว , ๑/๔ นิ้ว ยังไม่สิ้นสุด

กล้องโทรทัศน์วงจรปิด มีทั้งขาว/ดำ (Monochrome) และสี (Color) ความสามารถในการทำงาน หรือ การใช้งานจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการของงานตามแต่วัตถุประสงค์ใน การเลือกใช้งาน เช่น ความไวแสง (Sensitivity) หมายถึงปริมาณแสงน้อยที่สุด ที่จะสามารถมองเห็นภาพได้ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด จะสามารถรับภาพได้ จะต้องมีแสงส่องไปที่วัตถุนั้นและสะท้อนออกมาจากวัตถุนั้น กล้องแต่ละรุ่น แต่ละผู้ผลิต จะมีความไวแสงแตกต่างกันไป ดังนั้น ในการเปรียบเทียบความไวของกล้องแต่ละกล้อง ควรจะเปรียบเทียบที่มาตราฐานเดียวกัน เช่น กล้องตัวหนึ่ง ที่ 30 IRE F1.2 มีความไวแสง 0.64 Lux แต่เมื่อไปเทียบที่ 50 IRE F1.2 จะมีความไวแสงเป็น 2.0 Lux เป็นต้น. ความคมชัดของภาพ (Resolution) กล้องที่ใช้งานโดยทั่วไป จะมีความคมชัดของภาพ ที่ ๓๓๐ เส้น สำหรับกล้องสี ที่ ๓๘๐ เส้น สำหรับกล้องขาว/ดำ แต่การใช้งานในบางกรณีก็มีความจำเป็นที่ต้องการกล้อง ที่ให้รายละเอียดของภาพสูงกว่าปกติ ก็จะต้องเลือกใช้กล้อง ที่มีความคมชัดของภาพสูง ( High Resolution) เช่น ๕๘๐ เส้นสำหรับกล้องขาว/ดำ หรือ ๔๘๐ เส้นสำหรับกล้องสี เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด แบบอื่นๆ อีกที่สามารถจะเลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการ เช่น กล้องโดม (Dome Camera) จะเป็นกล้องที่มีลักษณะภายนอก (ตัวกล้อง) เป็นรูปทรงกลม บางชนิด หมุนได้รอบตัว ก้ม-เงยได้ กำลังเป็นที่นิยมใช้งานในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติด ตั้งภายในอาคาร โดยนำไปติดไว้กับฝ้า หรือผนังอาคาร ดูเรียบร้อยสวยงาม มีขนาดกะทัดรัด ไม่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงให้ดูรกรุงรัง การติดตั้งง่าย และยังเป็นการพรางตา สำหรับคนทั่วไป ว่าที่นี่มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด.

ออกแบบติดตั้ง ระบบ CCTV

ระบบ กล้องวงจรปิดเป็นระบบรักษาความปลอดภัย โดยการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ไปติดตั้งตามจุดหรือสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการที่จะจับตาดูความเคลื่อนไหวหรือป้องกัน การสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่สามารถหาตัวคนผิดได้เลย ในระบบกล้องวงจรปิด งานที่จัดทำจะอยู่เรื่องของงานระบบการเดินท่อร้อยสายไฟ และสายสัญญาณของกล้อง ซึ่งในงานระบบการเดินสายสัญญาณ ยังแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะงานหลักคือ
การเดินท่อร้อยสายไฟและสายสัญญาณภายในอาคาร
เป็นสัดส่วนของงานที่ต้องอาศัยความเรียบร้อยและความสวยงามเพื่อให้ เหมาะสม กับสภาพหน้างานในแต่ละส่วนของอาคาร เช่นในบางสถานที่จำเป็นต้องมีการร้อยท่อสายไฟและสายสัญญาณผ่านยังห้องทำงาน หรือห้องประชุมใหญ่ๆ ซึ่งอาจต้องเก็บท่อร้อยสายไฟ อย่างมิดชิดหรือในบางช่วงจะต้องทำงานโดยการร้อยท่อบนช่องฝ้า หรือ ต้องติดตั้งท่อ EMT ตามผนังของอาคารหรือเพดานสูงๆ ซึ่งลักษณะการทำงานเช่นนี้ เรามีทีมช่างผู้ชำนาญงานพร้อมทั้งผู้ออกแบบระบบการเดินสายการเลือกใช้ อุปกรณ์ติดตั้งตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

การเดินท่อร้อยสายไฟและสายสัญญาณบริเวณนอกอาคาร
ภายนอกอาคารก็เป็นงานที่ต้องการความสวยงามและความเรียบร้อยเป็น อย่างสูงเช่นกัน เพราะภายนอกอาคารจะมีผู้พบเห็น ก่อนภายในอาคารแน่นอน ซึ่งถ้ามีการทำงานที่ไม่เรียบร้อยย่อมทำให้เสื่อมเสียถึงตัวอาคารแน่นอน การเดินท่อภายนอกอาคารจะมีการทำงาน ในหลายๆลักษณะ เช่น บางสถานที่ต้องเดินสายจากอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน การทำงานลักษณะเช่นนี้จำเป็นต้อง มีการขุดเจาะถนนคอนกรีตเพื่อทำการฝังท่อสำหรับการเดินสายไปยังอาคารฝั่งตรง ข้าม พร้อมทั้งต้องทำการเทคอนกรีตและปรับสภาพของถนน ให้ใช้งานได้เหมือนเดิมและเรียบร้อยต่อสายตาของผู้พบเห็นมากที่สุด หรือ ในบางสถานที่ต้องเดินสายในที่สูงเช่นระหว่างเสาไฟฟ้าถึงเสาไฟฟ้า เพื่อเข้าไปยังอาคาร การทำงานใลักษณะเช่นนี้ เรามีทีมช่างที่ชำนาญงานและผู้ออกแบบระบบการติดตั้งที่สามารถเลือกใช้ อุปกรณ์ - พร้อมทั้งการออกแบบการเดินสายในลักษณะที่เหมาะสมกับสถานที่ต่างๆภายนอกอาคาร เป็นอย่างดี

ระบบการเดินสายที่ใช้สำหรับกล้องวงจรปิด
ระบบการเดินสายของกล้องวงจรปิดมีทั้งในระบบ Fiber Optic , UTP , Coaxial ซึ่ง เรามีทีมวิศวกรผู้ชำนาญงาน
ออกแบบระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด

ชนิดของสภาวะแม่เหล็ก

สนาม แม่เหล็กจะเกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน กล่าวคือเมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ผ่านเส้นลวดตัวนำ สนามแม่เหล็กจะเกิดขึ้นรอบ ๆ ลวดตัวนำ และ ในทำนองเดียวกันสภาวะแม่เหล็กที่เกิดขึ้นในวัสดุก็เกิดขึ้นเนื่องมาจากการ หมุนรอบตัวเองของอิเล็กตรอนเอง และ การเคลื่อนที่ รอบ nucleus


สภาวะแม่เหล็กแบ่งออกได้หลายลักษณะดังนี้ คือ

1. Diamagnetism
การที่สนามแม่เหล็กจากภายนอกกระทำต่ออะตอมของวัสดุจะทำให้ อิเล็กตรอนที่หมุนรอบนิวเครียสของอะตอมเกิดเสียสมดุลเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดขั้วแม่เหล็กเล็กๆขึ้นในอะตอมขั้วแม่เหล็กที่เกิดขึ้น นี้จะต้านกับสนามแม่เหล็กภายนอก ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวนี้ทำให้เกิดผลของแม่เหล็ก ในทางลบที่เรียกว่า diamagnetism ผลของสภาวะแม่เหล็กแบบ diamagnetism นี้ จะทำให้ค่า magnetic susceptibility เป็นลบเล็กน้อย สภาวะแม่เหล็กแบบ diamagnetism จะเกิดขึ้นได้กับวัสดุทุกชนิด แต่มักจะถูกหักล้างด้วยผลสภาวะแม่เหล็กเชิงบวก อย่างไรก็ตามพฤติกรรม สภาวะแม่เหล็กแบบ diamagnetism จะไม่มีความสำคัญต่องานทางด้านวิศวกรรมเท่าใดนัก

2. Paramagnetism
วัสดุที่สามารถแสดง magnetic susceptibility ในเชิงบวกเล็กน้อยเมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก จะถูกเรียกว่า paramagnetism และ สภาวะ แม่เหล็กแบบ paramagnetism ของวัสดุจะหายไปเมื่อวัสดุนั้นถูกนำออกจากสนามแม่เหล็ก
วัสดุที่มีสภาวะแม่เหล็กแบบ paramagnetism นี้เกิดขึ้นได้จากการเรียงตัวของ magnetic dipole moments ของอะตอมหรือโมเลกุลของ วัสดุเมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก ทิศทางของการเรียงตัวของ magnetic dipole moments นี้จะเกิดความไม่เป็นระเบียบมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เป็นผลทำให้สภาวะเหล็กแบบ paramagnetism นี้ลดลง
อะตอมของธาตุแทรนซิชัน และ ธาตุ rare earths บางชนิด มักจะมีอิเล็กตรอนภายในที่ไม่มีคู่ (unpaired inner electrons) บรรจุอยู่ที่พลัง งานชั้นใน ด้วยเหตุผลเช่นนี้ธาตุเหล่านี้มักจะก่อให้เกิดผลของแม่เหล็ก แบบ paramagnetic อย่างแรง และ ในบางครั้งอาจจะแสดงสภาวะแม่ เหล็กได้แข็งแรงเช่นเดียวกับวัสดุจำพวก ferromagnetic และ ferrimagnetic

3. Ferromagnetism
ดังที่ได้กล่าวข้างต้นถึง diamagnetism และ paramagnetism จะถูกเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นได้เมื่อมีสนามแม่เหล็กภายนอกใส่เข้าไป และ จะยังคง สภาพสภาวะแม่เหล็กนั้นได้ตราบเท่าที่สนามแม่เหล็กนั้นยังคงอยู่ แต่ยังมีสภาพสภาวะแม่เหล็กอีกชนิดหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่า ferromagnetism เป็น สภาพสภาวะแม่เหล็กที่สามารถทำให้คงอยู่ได้แม้จะไม่อยู่ในสนามแม่เหล็ก หรือ ทำให้หมดสภาพไปได้โดยต้องการ สภาพสภาวะแม่เหล็กแบบ ferromagnetism จึงมีความสำคัญมากต่องานทางด้านวิศวกรรม วัสดุที่สามารถแสดงสภาพาภาวะแม่เหล็กเช่นนี้ได้ และมีความสำคัญในงาน อุตสาหกรรม ได้แก่ เหล็ก , โคบอลต์ และ นิเกิล นอกจากนี้กาโดไลเนียม ซึงเป็นธาตุจำพวก rare earth ก็ยังสามารถแสดงสมบัติสภาวะ แม่เหล็กแบบ ferromagnetism ได้เช่นกัน ที่อุณหภูมิตำกว่า 16 องศาเซลเซียส
สมบัติสภาวะแม่เหล็กแบบ ferromagnetism ของธาตุแทรนซิชัน พวก Fe , Co , Ni เกิดขึ้นได้เนื่องจากอิเล็กตรอนที่ไม่มีคู่ ซึ่งอยู่ ที่ระดับพลังงานชั้นใน เกิดการหมุนรอบตัวเองและจัดเรียงตัวในโครงผลึกส่วนอิเล็กตรอนที่อยู่เป็นคู่ และ หมุนสวนทิศทางกันในระดันพลังงานชั้นใน จะไม่ให้ผลของ magnetic dipole moment
นอกจากนี้อิเล็กตรอนวงนอกสุดของอะตอมก็จะไม่แสดงผลของ magnetic dipole moment เช่นกัน เพราะอิเล็กตรอนนั้นเกิด พันธะทางเคมีกับอิเล็กตรอนวงนอกสุดของอะตอมอื่น ดังนั้นจึงอาจกล่าวสรุปได้ว่าอิเล็กตรอนที่ไม่มีคู่ที่อยู่ใน ระดับพลังงานชั้นในของอะตอมจะมี บทบาทสำคัญต่อการแสดงภาพสภาวะแม่เหล็ก แบบ ferromagnetism อาทิเช่น Fe , Co และ Ni ที่มีอิเล็กตรอนที่ไม่มีคู่อยู่ที่ชั้นระดับพลัง งาน 3d จำนวน 4 , 3 และ 2 ตามลำดับ จึงทำให้ Fe , Co และ Ni สามารถแสดงสมบัติสภาพแม่เหล็กแบบ ferromagnetism ได้

4. Antiferromagnetism
เป็นสภาวะแม่เหล็กอีกชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นกับวัสดุบางชนิด กล่าวคือ magnetic dipoles ของอะตอมของวัสดุที่มีสมบัติเช่นนี้ จะเรียงตัวในทิศ ทางที่ตรงกันข้ามกันเมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก



รูปที่ 1 แสดงการจัดเรียงตัวของ magnetic dipoles ของ (a) ferromagnetism (b) antiferromagnetism และ (c) ferrimagnetism


วัสดุที่แสดงสมบัติสภาวะแม่เหล็กแบบ antiferromagnetism อาทิเช่น Mn และ Cr เมื่ออยู่ใน สภาพของแข็งที่อุณหภูมิห้อง ซึ่งจะแสดงค่าพลังงานแลกเปลี่ยนเป็นลบ เพราะ a/d < 1.4
5. Ferromagnetism
วัสดุเซรามิกบางชนิดจะประกอบด้วยไอออนต่างชนิดกันซึ่งมี magnetic moments มากน้อยแตกต่างกันไป เมื่อ magnetic moment นั้นมีการจัดเรียงตัวในทิศทางที่ตรงกันข้ามปรากฎว่ามันไม่หักล้างกันหมดแต่ ยังจะคงมี magnetic moment สุทธิในทิศทางหนึ่ง จึงทำให้วัสดุ เหล่านี้สามารถแสดงสมบัติสภาวะแม่เหล็กได้ วัสดุเหล่านี้ถูกเรียกว่า ferrites ซึ่งมีด้วยกันหลายชนิด เช่น magnetite , Fe3O4 วัสดุ ferrites จะมีความสามารถในการนำไฟฟ้าตำจึงมักถูกนำไปประยุกต์ใช้ในงานอุตสาหกรรมอิ เล้กทรอนิกส์อย่างมาก

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ส่วนประกอบของระบบกล้องวงจรปิด

ใน ปัจจุบันนี้กล้องวงจรปิดมีหลายอย่าง และ หลายรูปแบบ ซึ่งในแต่ละรูปแบบนั้น มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มข้างล่าง ดังต่อไป นี้

1. ชุดกล้องมาตรฐานนั้น จะประกอบด้วย กล้อง + เลนส์ (Lens) + ขายึดกล้อง (Bracket) และถ้าใช้ใน พื้นที่กลางแจ้งหรือภายนอกอาคาร จะต้องใช้กล่องหุ้มกล้อง (housing) ร่วม ด้วย
- กล้องทรงโดม เหมาะ สําหรับพื้นที่ๆ ไม่ต้องการให้เห็นตัวกล้อง ดูกลมกลืนกับเพดาน และ ดูสวย งามซึ่งเรามักจะพบได้ใน ห้างสรรพสินค้า ในลิฟท์ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือภาย ในอาคารทั่วๆไป
- กล้องอินฟาเรด (IR) จะทํางานคล้ายกล้องวงจรปิดแบบปกติ แต่เมื่อไม่มีแสง หรือ มืดลงจะเปิดแสงอิน
ฟาเรดเพื่อช่วยให้มองเห็นภาพได้ ในที่มืด


โดยแต่ละกล้องนั้นจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันในแต่ละรุ่น โดยปกติจะมีสิ่งที่คํานึงดังต่อไปนี้
- ขนาดของแผ่นรับภาพ ปกติจะมีขนาด 1/2",1/3" ,1/4" ซึ่งภาพ1/2"นั้นจะได้ภาพที่ใหญ่กว่าขนาด1/3"และ1/4"ของ
- ชนิดของแผ่นรับภาพ จะแบ่งออกเป็นแบบCCD และ แบบCMOS ซึ่งแบบCCD จะมีคุณภาพดีกว่าแบบ CMOS
- ความละเอียดของภาพ จะเป็นตัวชี้วัดถึงความคมชัดของกล้อง โดยปกติจะมีค่า มาตรฐานคือ Standard Resolution 330 TVL และ ค่า Hi-Resolution 480 TVL ,540 TVL ซึ่งยิ่งมีค่ามากด็ยิ่งดี
- ความไวแสง หมายถึงค่าของแสงที่กล้องสามารถทํางานได้และสามารถมองเห็นภาพได้ ซึ่งค่ายิ่ง
น้อย ก็เท่ากับว่ากล้องตัวนันสามารถมองเห็นในที่มีแสงน้อยๆได้ดี และกล้องบางรุ่นอาจทํางานได้
ทั้งในแบบของสีและขาวดํา(กลางวัน/กลางคืน)ให้ภาพคมชัดขึ้นเมื่อมีแสงน้อย
- คุณสมบัติอื่นประกอบ เช่น มีวงจรชดเชยแสง อัตโนมัติ (Back Light Compensation) วงจรปรับชดเชยสี อัตโนมัติ (Auto White Balance) วงจรชดเชยสัญญาณควบคุม อัตโนมัติ (Auto Gain Control)
- เลนส์จะมีหลายแบบเช่น Mono Focal Fixed irisจะไม่สามารถปรับมุม กว้าง-แคบ ของภาพและม่านแสงได้เหมาะสําหรับพืนทีๆไม่ค่อยมีการเปลียนแปลงของ แสง,แบบAuto Irisจะใช ้ในพืนทีๆแสงมีการเปลียนแปลงตลอด เป็นต้น

2. เครื่องบันทึกสัญญาณภาพ (DVR)
ปัจจุบัน นิยมใช้เครื่องบันทึกสัญญาณภาพระบบดิจิตอล(Digital Video Recorder) เนื่อง จากมีความสะดวกและประหยัด แล้วยังมีคุณภาพในการบันทึกดีกว่าระบบเทป โดยปกติ จะมีแบบ4 , 8, 16 , 24 ช่อง ทั้งแบบPC และNon-PC
- แบบ PC ผู้ใช้งานจะต้องมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เพราะจะมีการใช้งาน คล้ายๆกับคอมพิวเตอร์ หากผู้ใช้ไม่มีพื้นฐานคอมพิวเตอร์ก็จะมีปัญหาในการใช้ งานอยู่บ้าง
- แบบ Non-PC จะเป็นเครื่องทีถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานได้ง่ายกว่าโดยหน้าตาและปุ่ม กดคําสังจะมีลักษณะคล้ายกับเครืองเล่น VCD ,DVD ซึ่งผู้ใช้ไม่จําเป็นต้อง มีความรู้เรืองคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช ้งานได้ง่าย
ทั้งนี้การพิจารณาคุณสมบัติของเครื่องบันทึกสัญญาณภาพมีดังนี้
- การรองรับจํานวนกล้อง โดยแบ่งออกเป็น 4,8,16,24,32 กล้อง
- ความสามารถในการทํางาน
แบบ Simplex จะทํางานได้อย่างใดอย่างหนึงเช่นขณะที่บันทึกจะเล่นกลับภาพที่บันทึกขณะนั้นไม่ได้จะต้องหยุดบันทึกก่อน
แบบ Duplex และ แบบTriplex จะสามารถเล่นภาพกลับจากทีบันทึกไว้ได้ในขณะทีกําลังบันทึกอยู่
- ความสามารถในการแสดงภาพReal Time Display (fps) ค่ายิ่งมากก็จะยิ่งดี โดย ปกติแล้ว จะมีค่าอยู่ที่ 25fps ต่อกล้อง เช่น มี 4 กล้อง เครื่องบันทึก สัญญาณภาพจะต้องได้100fp
- ความละเอียดของภาพ แสดงในรูป Pixel X Pixel ซึ่งค่ายิ่งมากก็ยิ่งดี
- รูปแบบของการบีบอัดภาพเช่นWavelet, M-jpeg ,Mpeg-2,Mpeg4 ฯลฯ แสดงถึงขนาดของไฟล์ที่
อัด ยิ่ง เล็กยิ่งบันทึกได้นาน แต่ทั้งนี้อาจทําให้คุณภาพของภาพลดลงได้ด้วย ดังนั้น ข้อนี้ถือว่าผู้ใช้ต้องเลือกเอาระหว่างความคมชัดหรือระยะเวลาของการบันทึก
- ลูกเล่นคุณสมบัติอืนๆ เช่น ต่อเข้าระบบ Network, มีระบบตรวจจับการเคลือนไหว (Motion Detection), บันทึกเสียง, ส่งเมล์เตือน ฯลฯ

3. จอรับภาพ (Monitor) ปัจจุบันสามารถเลือกใช้ได้หลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้
- CCTV Monitor สําหรับการใช้งานที่ต้องการความละเอียดสูง อายุการใช้งานยาวนาน เปิดตลอด24ชั่วโมง
- Computer Monitor
- จอโทรทัศน์ ประหยัด สารพัดประโยชน์ แต่ไม่เหมาะสําหรับเปิดตลอด24ชั่วโมง อายุการใช้งานสั้น

4.สายสัญญาณภาพ ระบบ CCTVจะต้องใช้สายสัญญาณเท่านั้น เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง ซึ่งในขณะนี้ก็มี ระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย แต่ระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย จะใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งมีโอกาสถูกลักลอบดูดภาพได้ง่าย เนื่องจากคลื่นแพร่กระจายไปทั่ว และมี สัญญาณรบกวนสูง ซึ่งสายสัญญาณที่นิยมใช้คือ RG6, RG11, UTP, Fiber Optic ฯลฯ


5. อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ใน บางครั้งการใช้งานทีเป็นระบบใหญ่ๆหรือมีความต้องการที่แตกต่างจากปกติก็จะมี อุปกรณ์พิเศษอืนๆเพิมเติม เช่นกล้องแบบหมุนส่ายซูม เพื่อต้องการควบคุมหรือ ดูภาพจากหลายๆ
แห่ง จะมีการออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ทีมีคุณสมบัติเฉพาะแตกต่าง

เทคนิคการเลือกซื้อระบบกล้องวงจรปิด

ปัจจุบันระบบกล้องวงจรปิด เป็นที่นิยมแพร่หลายมาก ทำให้มีผู้ขายสินค้าตัวนี้มากมาย โดยเฉพาะใน websites ซึ่งผู้ซื้อจะต้องระมัดระวังในการซื้อสินค้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจจะได้รับสินค้าที่ใช้ได้แค่ 6 เดือน ถึง 2 ปี และไม่มีบริการหลังการขาย
ด้วยประสบการณ์ยาวนาน จึงขอแบ่งปันความรู้แก่ทุกท่าน ดังนี้

1) คุณภาพของสินค้า
ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจะแบ่งคุณภาพสินค้าตามยี่ห้อและประเทศที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์
1.1) คุณภาพดี
จะเป็นระบบกล้องวงจรปิดที่เจ้าของผลิตภัณฑ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา , ยุโรป , และญี่ปุ่น อาทิ
1.1.1) สินค้าจาประเทศสหรัฐ อเมริกา,ยุโรป ยี่ห้อ BOSCH , PELCO , VICON จะนิยมใช้ในท่าอากาศยาน , อาคารสูง , สถานที่ที่ต้องการระบบที่มีความเสถียรภาพสูง เช่น โรงกรองน้ำ , โรงไฟฟ้า ฯลฯ ราคาค่อนข้างสูง
1.1.2) สินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ยี่ห้อ SANYO , JVC , PANASONIC , SONY จะนิยมใช้ในอาคาร , โรงงาน , สำนักงาน ที่ต้องการระบบกล้องวงจรปิดที่คุณภาพดี แต่ราคาไม่สูงมาก สินค้าจากประเทศสหรัฐ อเมริกา,ยุโรป ,ญี่ปุ่น อายุการใช้งานประมาณ 5-8 ปี
1.2) คุณภาพปานกลาง
จะ เป็นระบบกล้องวงจรปิดจากประเทศไต้หวันและเกาหลี ซึ่งราคาจะถูก , คุณภาพ , สีและความคมชัด จะดีปานกลางพอใช้งานได้ แต่ถ้านำมาสาธิตเปรียบเทียบสินค้าจากประเทศสหรัฐ อเมริกา,ยุโรป ,ญี่ปุ่น จะเห็นความแตกต่างมากในคุณภาพของภาพ เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่มีงบประมาณจำกัด อายุการใช้งาน 3-5 ปี
1.3) คุณภาพต่ำ
จะเป็นระบบ กล้องวงจรปิดจากประเทศจีน ซึ่งระบบควบคุมคุณภาพไม่ดี เน้นการขายปริมาณอย่างเดียว สินค้าที่ผลิตในแต่ละงวดจะมีคุณภาพไม่เหมือนกัน(Quality Control ไม่ได้มาตรฐาน) อายุการใช้งานสั้นมากประมาณ 6 เดือน-3 ปีเท่านั้น(แล้วแต่ยี่ห้อ และ งวดการผลิต) จะเห็นโฆษณาของสินค้าประเทศจีน ในหนังสือพิมพ์ , WEPSITE ทั่วไป ในราคาที่ถูกมาก ถ้าเปรียบเทียบเงินที่ใช้ในการซื้อกับคุณภาพและอายุการใช้งานแล้ว ควรเลือกสินค้าไต้หวัน / เกาหลีจะดีกว่า
หมายเหตุ แผงรับภาพ CCD และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น ซึ่งจะคัดเลือกอุปกรณ์เกรด A ได้ขายให้ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เกรด B ขายให้ไต้หวันและเกาหลี เกรด C ขายให้ประเทศจีน ทำให้คุณภาพสินค้าเป็นไปตามคุณภาพของอุปกรณ์ที่ใช้

2) กล้องวงจรปิด
การ พิจารณาคุณภาพของกล้องวงจรปิด จะพิจารณาความละเอียดของภาพ (TV LINE) และความสามารถในการรับแสง ILLUMINATION (LUX) ความละเอียดของภาพสูงจะทำให้ภาพคมชัด (ปัจจุบันมีตั้งแต่ 330, 350 , 380 , 420 , 480 , 520 , 540 TV LINE) และความสามารถในการรับแสงที่ต่ำจะดีเพราะสามารถเห็นในที่มืด(สว่างน้อย) เช่น 0.5 , 1 , 2 LUX (ยิ่งตัวเลขต่ำยิ่งดี) อย่างไรก็ตามต้องพิจารณายี่ห้อเป็นหลัก เพราะสินค้าจากประเทศจีน , ไต้หวัน หรือเกาหลีบางยี่ห้อคุณลักษณะจริงของสินค้า ไม่ตรงกับกับ Catalog

3) อุปกรณ์บันทึกภาพ (DVR)
อุปกรณ์บันทึกภาพ จะแบ่งได้เป็น 3 แบบคือ
3.1) แบบ PC BASE
จะใช้ VIDEO CAPTURE CARD ต่อกับ PC เมื่อบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อบันทึกใน HARDDISK จะแบ่งเป็น
3.1.1) MICROSOFT WINDOW
จะมีฟังก์ชั่นหลากหลาย แต่มีปัญหาด้านเสถียรภาพ
3.1.2) LINUX
มีฟังก์ชั่นหลากหลาย เสถียรภาพดีกว่าแบบ MICROSOFT WINDOW ลูกค้าส่วนใหญ่นิยมใช้ PC BASE เพราะ ราคาถูก
3.1.3) แบบ NON PC
จะ เป็นเครื่องที่ประกอบและเขียนโปรแกรมพิเศษ (EMBED) ลงในเครื่องทำให้มีเสถียรภาพสูงใช้งานง่าย นิยมใช้ในงานธนาคาร , อาคาร และโรงงาน

4) บริษัทที่ขายระบบโทรทัศน์วงจรปิด
ปัจจุบัน บริษัทที่ขายระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดมีจำนวนมาก โดยในปัจจุบันผู้ขายคอมพิวเตอร์ได้หันมาขายกล้องวงจรปิด เป็นจำนวนมากทำให้ราคาและกำไรของผู้ค้าน้อยลงมาก ได้มีการสั่งซื้อกล้องวงจรปิดจากประเทศจีนเข้ามาขายในราคาถูกมาก ทำให้ผู้ซื้อจะต้องระมัดระวังในการซื้อสินค้ามากกว่าปกติ จึงขอเสนอแนะวิธีการเลือกซื้อ ดังนี้
4.1) การพิจารณาการโฆษณาใน WEBSITE
อย่าพิจารณาเฉพาะข้อมูลใน Website พิจารณาประวัติของเจ้าของหรือผู้บริหารว่ามีประสบการณ์ในสินค้า และความสำเร็จในอาชีพการงานหรือไม่เพราะคนที่เก่ง ย่อมเอาตัวรอดได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ จะต้องพิจารณา Company Profile ว่ามีให้พิจารณาหรือไม่ มีลูกค้า องค์กรที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เช่น ธนาคาร , รัฐวิสาหกิจ เพราะธนาคารและรัฐวิสาหกิจจะมีคณะกรรมการจัดซื้อ เลือกผู้เข้าประมูล ทำให้มั่นในว่าเป็นบริษัทที่มั่นคงไม่ทำธุรกิจตามกระแสนิยม
4.2) สินค้าที่จำหน่าย
ควร จะมีสินค้าหลากหลาย เป็นตัวแทนจำหน่ายยี่ห้อ Brandname และสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบริษัทที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือ Import สินค้าเข้ามาเองจะมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง และการจำหน่ายสินค้าอื่นด้วยจะเป็นหลักประกันว่า ในอนาคตถ้าราคาหรือตลาดระบบกล้องวงจรปิดตกต่ำไป บริษัทที่เราซื้อสินค้ามาใช้ยังสามารถดำเนินธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อ ให้บริการหลังการขายที่ต่อเนื่อง
4.3) การไปชมการสาธิตสินค้าที่สำนักงานของผู้ขาย
มี ผู้ซื้อหลายท่านเคยดู WEBSITE ของผู้ขายประทับใจใน รูปแบบ , การนำเสนอ , ราคาใน WEBSITE เป็นอย่างมากแต่เมื่อไปชมการสาธิตสินค้าที่สำนักงานของผู้ขายแล้วเปลี่ยนใจ ทันที เพราะสำนักงานไม่น่าเชื่อถือ
การไปดูสำนักงานของผู้ขาย จึงเป็นความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งเพราะเราต้องฝากผีฝากไข้ให้ผู้ขายดูแลระบบ กล้องวงจรปิดเราประมาณ 5 ปี (โดยเฉลี่ย) ถ้าเลือกผู้ขายผิดอาจจะใช้ได้แค่ 1 - 2 ปีเท่านั้น
เมื่อเข้าไปชมการสาธิตในสำนักงานควรพิจารณา
1) ขนาดของสำนักงาน
มีพื้นที่ใช้สอย แบ่งใช้พื้นที่หลายบริษัทหรือไม่
2) การจัดและอุปกรณ์สำนักงานที่ใช้
การจัดสำนักงานเป็นสัดส่วน และอุปกรณ์สำนักงานทำให้ทราบนโยบายของเข้าของหรือผู้บริหาร ว่ามีความตั้งใจในการทำธุรกิจหรือไม่
3) มีการจัดห้องสาธิตหรือห้องประชุมเป็นสัดส่วน
มีสินค้าให้ชมครบตามที่ต้องการหรือไม่
4) บุคลากร
พนักงานในสำนักงาน มีความขยันตั้งใจทำงาน มีการทำงานกระตือรือร้น ดูแล้วแสดงว่า ธุรกิจยังดีน่าเชื่อถือ
5) ห้องช่าง
ควรจะขอดูห้องช่าง เพื่อให้มั่นใจว่ามีช่างและเครื่องมือในการซ่อมระบบกล้องวงจรปิด
6) ขอพบเจ้าของหรือผู้บริหาร
ถ้า มีโอกาส ควรจะพบเจ้าของหรือผู้บริหารของบริษัทผู้ขาย จะได้สังเกตหน้าตา , บุคลิก , ทัศนคติ ในการดำเนินธุรกิจว่าน่าเชื่อถือหรือไม่

ก่อนตัดสินใจนำข้อมูลทั้งหมดข้างต้นมาประมวลก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าซื้อรถยนต์ทุกท่านคงจะไม่พลาดเพราะมีข้อมูลพร้อม แต่กล้องวงจรปิดทุกท่านจะต้องศึกษาและพิจารณาเอง สุดท้ายต้องคำนึงว่า การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด เพื่อป้องกัน หรือ ติดตาม คนร้าย(คนทุจริต) ดังนั้น ภาพเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ จะต้องชัดเจน เพื่อติดตามคนร้ายมาลงโทษ

จึง ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดี และ บริษัทที่ขายที่มั่นคง และให้บริการหลังการขายที่ดี อย่าพิจารณาราคาอย่างเดียว เพราะ สินค้าดี,ราคาถูกที่สุด และมีบริการหลังการขาย ไม่มีให้เลือกในตลาด

การทำงานของ กล้องวงจรปิด CCTV

ระบบ กล้องวงจรปิด (CCTV System) เป็นการส่งสัญญาณภาพ จาก กล้องวงจรปิด CCTV ที่ได้ติดตั้งตามที่ต่างๆ มายังส่วนรับภาพ/ดูภาพ ซึ่งเรียกว่า จอภาพ ( Monitor ) โดยทั่วไปจะติดตั้งอยู่คนละที่กับ กล้องวงจรปิด เช่นที่ห้องควบคุม เป็นต้น


อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบโทรทัศน์วงจรปิด

  1. กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera)
  2. เลนส์ (CCTV LENSES)
  3. เครื่องเลือก / สลับภาพ (Video Switcher) และเครื่องผสม / รวมภาพ (Multiple Screen Displays)
  4. จอภาพ (Video Monitor)
  5. เครื่องบันทึกภาพ (Video Recorder)
  6. อุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบ กล้องวงจรปิด
    (Related Accessories for more efficiency CCTV System)
  7. ระบบการควบคุม (Control System)
  8. อุปกรณ์อื่น ที่นำเข้าใช้เกี่ยวข้องกับระบบ กล้องวงจรปิด

ประโยชน์ การใช้งาน ระบบ กล้องวงจรปิด

    • ในด้านการรักษาความปลอดภัย ของบุคคลและสถานที่
    • ในการตรวจสอบการทำงาน ของเครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหะกรรมขนาดใหญ่ ที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ หรือการทำงานของพนักงาน
    • ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ เช่น ตรวจสอบจำนวนคนเพื่อการเปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศ ฯ
    • ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมการจราจร เช่น ตรวจสอบปริมาณรถยนต์ ฯ

ระบบกล้องวงจรปิด คืออะไร

- ระบบ กล้องโทรทัศน์กล้องวงจรปิด (Close Circuit Television System - CCTV) ซึ่ง ส่วนมากเรามักจะได้ยินว่า ระบบกล้องวงจรปิด ระบบCCTV กล้องCCTV ซึ่งอาจจะ เคยได้ยินคนเรียกต่างกัน แต่ทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนั้นก็ล้วนหมายถึง "ระบบ กล้องวงจรปิด" ทั้งสิ้น


ระบบ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด คือการส่งสัญญาณภาพ จากกล้องวงจรปิด ที่ได้ติดตั้งตาม จุดต่างๆ มายังจอรับภาพ ที่ได้ติดตั้งอยู่ที่ห้องควบคุม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อตรวจการณ์ สังเกตการณ์ภาพการเคลื่อนไหว สิ่งผิดปกติในบริเวณที่ต้องการ ตรวจจับภาพ ป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยในการจับคน ร้าย หรือ เป็นหลักฐานช่วยในการยืนยันการทำคดี

- ส่วนประกอบโดยพื้นฐานของระบบกล้องวงจรปิด มีดังนี้

1.เป้าหมาย คือเป้าหมายที่เราต้องการจับภาพ หรือเอามามาดู บันทึกไว้
2.ส่วนการรับภาพ ได้แก่ส่วนของชุดกล้อง เลนส์ เพื่อแปลงสัญญาณภาพส่งเป็นสัญญาณไฟฟ้า
3.ส่วนจัดการภาพ ได้แก่ เครื่องสลับภาพ เครื่องบันทึกสัญญาณภาพ จอรับภาพ
4.ส่วนสายและอุปกรณ์นำสัญญาณ คือ สายนำสัญญาณ และอุปกรณ์แปลง/รับ/ส่งสัญญาณ ทั้งหลาย

และ ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก ก็มีผลให้อุปกรณ์ของระบบกล้องวงจรปิด มีเพิ่มเติมขึ้น เช่น มือถือ PDA เพื่อใช้ในการดูภาพจากอีกหนึ่งสถานที่ผ่าน อินเตอร์เน็ต หรือ DVD เพื่อใช้ในการบันทึกภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด เพื่อ สะดวกแก่การย้อนภาพหตุการณ์ในภายหลัง