1. ชุดกล้องมาตรฐานนั้น จะประกอบด้วย กล้อง + เลนส์ (Lens) + ขายึดกล้อง (Bracket) และถ้าใช้ใน พื้นที่กลางแจ้งหรือภายนอกอาคาร จะต้องใช้กล่องหุ้มกล้อง (housing) ร่วม ด้วย
- กล้องทรงโดม เหมาะ สําหรับพื้นที่ๆ ไม่ต้องการให้เห็นตัวกล้อง ดูกลมกลืนกับเพดาน และ ดูสวย งามซึ่งเรามักจะพบได้ใน ห้างสรรพสินค้า ในลิฟท์ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือภาย ในอาคารทั่วๆไป
- กล้องอินฟาเรด (IR) จะทํางานคล้ายกล้องวงจรปิดแบบปกติ แต่เมื่อไม่มีแสง หรือ มืดลงจะเปิดแสงอิน
ฟาเรดเพื่อช่วยให้มองเห็นภาพได้ ในที่มืด
โดยแต่ละกล้องนั้นจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันในแต่ละรุ่น โดยปกติจะมีสิ่งที่คํานึงดังต่อไปนี้
- ขนาดของแผ่นรับภาพ ปกติจะมีขนาด 1/2",1/3" ,1/4" ซึ่งภาพ1/2"นั้นจะได้ภาพที่ใหญ่กว่าขนาด1/3"และ1/4"ของ
- ชนิดของแผ่นรับภาพ จะแบ่งออกเป็นแบบCCD และ แบบCMOS ซึ่งแบบCCD จะมีคุณภาพดีกว่าแบบ CMOS
- ความละเอียดของภาพ จะเป็นตัวชี้วัดถึงความคมชัดของกล้อง โดยปกติจะมีค่า มาตรฐานคือ Standard Resolution 330 TVL และ ค่า Hi-Resolution 480 TVL ,540 TVL ซึ่งยิ่งมีค่ามากด็ยิ่งดี
- ความไวแสง หมายถึงค่าของแสงที่กล้องสามารถทํางานได้และสามารถมองเห็นภาพได้ ซึ่งค่ายิ่ง
น้อย ก็เท่ากับว่ากล้องตัวนันสามารถมองเห็นในที่มีแสงน้อยๆได้ดี และกล้องบางรุ่นอาจทํางานได้
ทั้งในแบบของสีและขาวดํา(กลางวัน/กลางคืน)ให้ภาพคมชัดขึ้นเมื่อมีแสงน้อย
- คุณสมบัติอื่นประกอบ เช่น มีวงจรชดเชยแสง อัตโนมัติ (Back Light Compensation) วงจรปรับชดเชยสี อัตโนมัติ (Auto White Balance) วงจรชดเชยสัญญาณควบคุม อัตโนมัติ (Auto Gain Control)
- เลนส์จะมีหลายแบบเช่น Mono Focal Fixed irisจะไม่สามารถปรับมุม กว้าง-แคบ ของภาพและม่านแสงได้เหมาะสําหรับพืนทีๆไม่ค่อยมีการเปลียนแปลงของ แสง,แบบAuto Irisจะใช ้ในพืนทีๆแสงมีการเปลียนแปลงตลอด เป็นต้น
2. เครื่องบันทึกสัญญาณภาพ (DVR)
ปัจจุบัน นิยมใช้เครื่องบันทึกสัญญาณภาพระบบดิจิตอล(Digital Video Recorder) เนื่อง จากมีความสะดวกและประหยัด แล้วยังมีคุณภาพในการบันทึกดีกว่าระบบเทป โดยปกติ จะมีแบบ4 , 8, 16 , 24 ช่อง ทั้งแบบPC และNon-PC
- แบบ PC ผู้ใช้งานจะต้องมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เพราะจะมีการใช้งาน คล้ายๆกับคอมพิวเตอร์ หากผู้ใช้ไม่มีพื้นฐานคอมพิวเตอร์ก็จะมีปัญหาในการใช้ งานอยู่บ้าง
- แบบ Non-PC จะเป็นเครื่องทีถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานได้ง่ายกว่าโดยหน้าตาและปุ่ม กดคําสังจะมีลักษณะคล้ายกับเครืองเล่น VCD ,DVD ซึ่งผู้ใช้ไม่จําเป็นต้อง มีความรู้เรืองคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช ้งานได้ง่าย
ทั้งนี้การพิจารณาคุณสมบัติของเครื่องบันทึกสัญญาณภาพมีดังนี้
- การรองรับจํานวนกล้อง โดยแบ่งออกเป็น 4,8,16,24,32 กล้อง
- ความสามารถในการทํางาน
แบบ Simplex จะทํางานได้อย่างใดอย่างหนึงเช่นขณะที่บันทึกจะเล่นกลับภาพที่บันทึกขณะนั้นไม่ได้จะต้องหยุดบันทึกก่อน
แบบ Duplex และ แบบTriplex จะสามารถเล่นภาพกลับจากทีบันทึกไว้ได้ในขณะทีกําลังบันทึกอยู่
- ความสามารถในการแสดงภาพReal Time Display (fps) ค่ายิ่งมากก็จะยิ่งดี โดย ปกติแล้ว จะมีค่าอยู่ที่ 25fps ต่อกล้อง เช่น มี 4 กล้อง เครื่องบันทึก สัญญาณภาพจะต้องได้100fp
- ความละเอียดของภาพ แสดงในรูป Pixel X Pixel ซึ่งค่ายิ่งมากก็ยิ่งดี
- รูปแบบของการบีบอัดภาพเช่นWavelet, M-jpeg ,Mpeg-2,Mpeg4 ฯลฯ แสดงถึงขนาดของไฟล์ที่
อัด ยิ่ง เล็กยิ่งบันทึกได้นาน แต่ทั้งนี้อาจทําให้คุณภาพของภาพลดลงได้ด้วย ดังนั้น ข้อนี้ถือว่าผู้ใช้ต้องเลือกเอาระหว่างความคมชัดหรือระยะเวลาของการบันทึก
- ลูกเล่นคุณสมบัติอืนๆ เช่น ต่อเข้าระบบ Network, มีระบบตรวจจับการเคลือนไหว (Motion Detection), บันทึกเสียง, ส่งเมล์เตือน ฯลฯ
3. จอรับภาพ (Monitor) ปัจจุบันสามารถเลือกใช้ได้หลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้
- CCTV Monitor สําหรับการใช้งานที่ต้องการความละเอียดสูง อายุการใช้งานยาวนาน เปิดตลอด24ชั่วโมง
- Computer Monitor
- จอโทรทัศน์ ประหยัด สารพัดประโยชน์ แต่ไม่เหมาะสําหรับเปิดตลอด24ชั่วโมง อายุการใช้งานสั้น
4.สายสัญญาณภาพ ระบบ CCTVจะต้องใช้สายสัญญาณเท่านั้น เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง ซึ่งในขณะนี้ก็มี ระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย แต่ระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย จะใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งมีโอกาสถูกลักลอบดูดภาพได้ง่าย เนื่องจากคลื่นแพร่กระจายไปทั่ว และมี สัญญาณรบกวนสูง ซึ่งสายสัญญาณที่นิยมใช้คือ RG6, RG11, UTP, Fiber Optic ฯลฯ
5. อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ใน บางครั้งการใช้งานทีเป็นระบบใหญ่ๆหรือมีความต้องการที่แตกต่างจากปกติก็จะมี อุปกรณ์พิเศษอืนๆเพิมเติม เช่นกล้องแบบหมุนส่ายซูม เพื่อต้องการควบคุมหรือ ดูภาพจากหลายๆ
แห่ง จะมีการออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ทีมีคุณสมบัติเฉพาะแตกต่าง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น